|

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (2550-2554)
 | ระบุยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศโดยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของโครงสร้างของระบบต่างๆภายในประเทศให้มีศักยภาพแข่งขันได้ในกระแสโลกาภิวัตน์และสร้างฐานความรู้ให้เป็นภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้อย่างรู้เท่าทัน ควบคู่ไปกับการกระจายการพัฒนาที่เป็นธรรม และส่งเสริมความเท่าเทียมกันของกลุ่มคนในสังคม และความเข็มแข็งของชุมชนท้องถิ่น พร้อมทั้งฟื้นฟู และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้คงความสมบูรณ์เป็นรากฐานการพัฒนาที่มั่นคง และเป็นฐานการดำรงวิถีชีวิตของชุมชนและสังคมไทยโดยระบุในยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพคนและสังคมไทย ส่วนหนึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างและพัฒนากำลังคนที่เป็นเลิศโดยเฉพาะในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและ คิดค้นความรู้ การจัดการองค์ความรู้ทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่นและองค์ความรู้สมัยใหม่ การสร้างเสริมศักยภาพ ของชุมชนในการอยู่ร่วมกันกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสันติและเกื้อกูล ควบคู่ไปกับการสร้าง สภาวะแวดล้อมเมืองและชุมชนให้น่าอยู่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น |
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เป็นหน่วยงานที่จะผลิตสถาปนิกและบุคลากรของชาติ ที่มีบทบาทหน้าที่ในการศึกษา และกำหนดรูปแบบของชุมชนและเมือง ค่อนข้างมาก เพราะนอกจากจะเป็นผู้ออกแบบอาคารที่สอดคล้องกับ ประโยชน์ใช้สอย สวยงาม สร้างคุณภาพชีวิตภายในอาคารเองแล้ว ยังเป็นผู้ที่จะต้องดูแลสภาพแวดล้อม ระบบของเมืองที่น่าอยู่ รวมไปทั้งยังเป็นผู้ที่จะต้องเข้าใจซาบซึ้งถึงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมของชาตินอกจากนั้น สถาบันที่ผลิตบุคลากรสาขาสถาปัตยกรรม จึงต้องมีบทบาทเป็นศูนย์กลางในการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น หรือแม้แต่เป็นศูนย์กลางการให้บริการทางวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์พลังงาน ไปพร้อมกับการผลิตบุคลากรด้านนี้
ในปัจจุบัน ภาคใต้ของประเทศยังไม่มีสถาบันที่ผลิตสถาปนิก สถาปนิกในท้องถิ่นส่วนใหญ่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี หรือสูงขึ้นไปจากส่วนกลาง หรือที่อื่น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งอาจต้องอาศัยเวลาในการทำงานสร้างประสบการณ์ในการเรียนรู้สภาพอันละเอียดอ่อน ของวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น แต่หากมีสถาบันที่ผลิตบุคลากรด้านสถาปัตยกรรม ระดับปริญญา ในท้องถิ่น ก็จะสามารถทำให้เป็นผู้ที่เข้าใจและมีทักษะในกระบวนการพัฒนาและรังสรรค์สังคมและเมืองให้น่าอยู่ มีสภาพแวดล้อมดี สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นผู้ที่เข้าใจซาบซึ้งถึงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ได้เป็นอย่างดีมากขึ้น สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตภาคใต้ยังได้เปิดสอนสาขาสถาปัตยกรรมมาเป็นเวลานานกว่า40 ปีแล้ว กล่าวคือ ปีการศึกษา 2509 เปิดสอนในระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปว.ส.) ปีการศึกษา 2513 เปิดสอนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปว.ช.) ปีการศึกษา 2540 เปิดสอนระดับปริญยาตรี สาขาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม หลักสูตรต่อเนื่อง 3 ปี ปีการศึกษา 2548 เปิดสอนระดับปริญญาตรี สาขาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม หลักสูตร 5 ปี  | |
จากเหตุผลและความสำคัญดังกล่าว
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยจึงได้จัดตั้งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์์ขึ้นมา เพื่อมารับผิดชอบในการจัดการเรียนการสอน ผลิตบัณฑิตที่มี คุณภาพ มีความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพ ซึ่งสามารถให้บริการต่อสังคมและประเทศชาติ โดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อมและสังคมเป็นสำคัญ เป็นผู้ที่มีจิตสำนึก ในการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของชาติ เป็นกำลังสำคัญในการตอบสนองต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชาติ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภารกิจและบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ 1.) จัดการศึกษาในระดับปริญญา ด้านสถาปัตยกรรม ให้คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษามีความรู้สอดคล้อง และเหมาะสมตามคุณภาพและมาตรฐาน ตามความต้องการของตลาดแรงงาน 2.) สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรม และผลงานวิจัยที่มีคุณภาพและมาตรฐานในการชี้นำสังคมชุมชน และท้องถิ่น 3.) จัดบริการทางวิชาการ เพื่อพัฒนากำลังคนด้านสถาปัตยกรรมและสังคมที่หลากหลายและมีปริมาณที่เพิ่มขึ้น 4.) ส่งเสริมให้มีกิจกรรมด้านจริยธรรม ศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม
|